Back to home
Beautiful Home, HOME

Chanthaburi House บ้านที่ดีไซน์ทุกตารางเมตรจากบุคลิกที่ต่างกันของสมาชิกในครอบครัว

บ้านหลังใหญ่แห่งเมืองจันทบุรีที่เล่าไทมไลน์ของช่วงชีวิตของครอบครัวใหญ่ของคุณ ชัยพรและคุณจิราภรณ์ กิจตระกูลรัตน์ ผ่านการออกแบบในแต่ละห้อง ใส่ดีไซน์ได้อย่างเต็มที่ สรรหารายละเอียดเล็กๆน้อย มาเติมเต็มบ้านหลังใหญ่ ไม่ขาดงานดีไซน์แม้แต่ตารางเมตรเดียว

 

คุณกิต ธนกฤต สถาปนิกและคุณต๊ะ วัชรพล มัณฑนากรเล่าว่าทางเจ้าของบ้านไม่ได้ตีกรอบเรื่องแนวคิดการออกแบบมากนัก ให้อิสระในการออกแบบได้เต็มที่ ซึ่ง อันที่จริงการที่ลูกค้าไม่ได้ให้โจทย์ ก็เป็นโจทย์อีกแบบหนึ่งที่ท้าทายการตีความของ นักออกแบบเอง ที่ต้องดึงตัวตนของผู้อยู่อาศัยผ่านการจัดสรรพื้นที่ ใส่ฟังก์ชั่นจนไปถึงงานตกแต่งภายใน เป็นทั้งความท้าทายและความสนุก ที่ทางสถาปนิกและมัณฑนากรพยายามถ่ายทอดออกมาให้สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเข้าของบ้านให้ได้มากที่สุด

สถาปนิกและมัณฑนากรจึงศึกษาความชอบของสมาชิกในครอบครัวสามกลุ่มหลักของบ้านคือ กลุ่มแรกคือคุณแม่ที่ชอบความ luxury คุณพ่อที่ชอบความคลาสสิกและ ลูกชายวัยรุ่นจะชอบความโมเดิร์น บ้านทั้งหลังจึงจะมีสไตล์การตกแต่งในแต่ละชั้นเป็นของตัวเอง คือชั้นหนึ่งเป็นงานลักชัวรี่ ชั้นสองเป็นคลาสสิก และชั้นสามเป็นสไตล์โมเดิร์น โดยคุมในธีมเล่าเรื่องของการเดินทางของชีวิตครอบครัว

ชั้นหนึ่งประกอบด้วยห้องคุณยาย และห้องรับสีขาวสะอาดแขกสไตล์ Modern Luxury เป็นห้องที่ภรรยาชอบ ตกแต่งด้วยกระจกใสและวัสดุอย่างโลหะ สแตนเลส หินอ่อนที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ถัดไปเป็นห้องโถงที่มีฟังก์ชั่นเป็นห้องรับประทานอาหาร เปิดพื้นที่บนฝ้าแบบ Double Space จึงมีความโอ่อ่า

ภายในห้องนี้ตกแต่งด้วยกรอบรูปนับร้อย ภาพแผนที่ เหมือนสื่อถึงการเดินทางและความทรงจำ นอกจากนั้นยังดึงเรื่องราวของการบ่มไวน์ โดยใช้ถังไวน์ผ่าครึ่งประดับอยู่บนผนัง ใช้ไลท์ติ้งจริงๆลูกค้าไม่ชอบดื่มไวน์ จะดื่มชา แต่ด้วยบ้านที่มีแขกแวะเวียนมาบ่อย ในกลุ่มเพื่อนที่มีนักดื่มอยู่ ไวน์จึงเป็นเหมือน สัญลักษณ์ของการพบปะสังสรรค์นั่งเอง ความ Luxury จากชั้นหนึ่งมาพบกับความคลาสสิกที่บันไดไม้มะค่าที่กำลังจะพาเราขึ้นไปเจอกับสไตล์คลาสสิกบนชั้นสอง

ชั้นสองห้องประกอบไปด้วยห้อง Home Theater และห้องนอนมาสเตอร์ของคุณพ่อคุณแม่ เป็นห้องนอนหลักที่จะสามารถมองเห็นความเป็นไปในบ้านได้ทั่วถึง ทุกห้องในชั้นนี้วัสดุอย่างไม้จริงมาเป็นพระเอก เพื่อแสดงพื้นผิว เนื้อไม้ สัมผัสแห่งธรรมชาติที่มีเสน่ห์ให้แก้ผู้อยู่อาศัย โดยจะมีไม้แอช มีเสี้ยนและร่องที่ลึก เมื่อผ่านการขัดย้อมจะทำให้เห็นลวดลายที่ชัดเจน เพราะให้อารมณ์ในแบบที่ลามิเนตให้ไม่ได้

 

สำหรับห้อง Home Theater เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นห้องที่สมาชิกในครอบครัวมักจะมาใช้เวลาร่วมกัน ออกแบบโดยได้ แรงบันดาลใจจากบาร์ในต่างประเทศ ทีเคาน์เตอร์บาร์ ประดับด้วยเหล็กมาฉลุเป็นลวดลาย ด้านหลังเป็นหินภูเขา หินอ่อนรัสเซียทอง ใช้วัสดุให้หลากหลาย

 

ชั้นสามจะเป็นชั้นของลูกชายทั้งสามคน แบ่งเป็นห้องนอนลูกชาย 3 ห้อง และห้องนอนแขกอีก 2 ห้อง ยังมีห้องพระอีกหนึ่ง ด้วยความที่ลูกชายอยู่ในช่วงวัยรุ่นการออกแบบจึงใช้ความเป็นโมเดิร์นที่ร่วมสมัย เรียบง่ายเข้ามาเป็นโจทย์หลักของชั้นนี้ ตั้งแต่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงการดีไซน์ฝ้าและไลท์ติ้ง มีฟังก์ชั้นของแต่ละห้องคล้ายๆกัน มีห้องน้ำและ Walk in Closet ในตัวและวัสดุหลักของชั้นนี้จะเน้นลามิเนตทุกห้อง เนื่องจากหากใช้ไม้จริงอาจจะมีปัญหาเรื่องความชื้นจากภูมิประเทศของเมืองจันทบุรี แต่ทั้งนี้แต่ละห้องก็ยังมีรายละเอียดต่างกันตามคาร์แรคเตอร์ของลูกแต่ละคน

ในส่วนห้องลูกชายคนโต เน้นความเป็นโมเดิร์นที่มีความเรียบง่าย สะท้อนบุคลิก ที่มีความเท่ มีการใช้ลามิเนตลาดลายปูนเปลือยและหนัง  สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความสวยงามคือการดูแลรักษา สำหรับห้องลูกชายคนที่สอง เน้นการเล่นเกมส์ มีความเป็นส่วนตัว ผนังสามารถซับเสียงได้ดี ฟังก์ชั่นครบครัน และสุดท้ายห้องลูกชายคนเล็กใช้โทนสีอ่อน มีความเรียบหรู ดึงงานสแตนเลส ซึ่งความพิเศษของห้องนี้คือมีพื้นที่เชื่อมต่อไปยังห้องโถงได้ และมีทางเชื่อมต่อออกไปยังดาดฟ้าของบ้านด้วย

ส่วนห้องนอนแขก 2 ห้อง สามารถใส่จินตนาการได้อย่างเต็มที่ ห้องนอนแขกใช้กลิ่นอายความเป็นงานลอฟต์เข้ามาใส่ โดยยังคงวัสดุที่ดูแลง่าย อย่างลามิเนตลายตอก หมุด และงานหนังเพื่อความดิบเท่ จึงเรียกได้ว่าเหมือนดึงบรรยากาศความเป็นค่าเฟ่มานิดๆ เรียกได้ว่าเป็นห้องที่แขกอยากมานอนมากที่สุด ในส่วนห้องนอนแขกอีกห้องวางบุคลิกให้ตรงข้ามกับความเป็นลอฟต์อย่างห้องแรก ห้องนี้จะมีบรรยากาศที่ดูหรูหรา เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น วัสดุกระจก และโลหะผิวมันวาว

นอกจากนั้นด้วยความที่บ้านหันหน้าออกทางทิศใต้ ทิศตะวันตก จึงพบปัญหาในเรื่องของแสงแดดช่วงบ่ายไปตลาดช่วงเย็นที่สาดเข้ามาในบ้าน  ด้วยความที่บ้านมีลักษณะหน้ากว้าง แต่มีความลึกน้อย ทำให้แสงแดดสามารถส่องทะลุตัวบ้านมาได้ไปถึงหลังบ้าน สถาปนิกจึงได้ออกแบบฟาสาด เพิ่มมิติให้ฟาซาดแต่ละชิ้น เมื่อเรียงต่อกันเป็นภาพใหญ่จึงมีมิติเหมือนคลื่นน้ำกำลังเคลื่อนไหวอยู่

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำความหลากหลายสไตล์มารวมอยู่ในหลังเดียวกัน สถาปนิกจึงเน้นการใช้การเชื่อมต่อกันของพื้นที่ให้สามารถเดินไปถึงกันได้ทั้งหลัง นอกจากจะช่วยให้งานออกแบบของบ้านมีความต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของสมาชิกครอบครัวในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ให้ใกล้ชิดอีกด้วย เหมือนแนวคิดที่สถาปนิกบอกกับเราเพราะบ้านจะต้องตอบโจทย์ทุกอย่าง อยู่ที่ไหนก็ไม่มีความอบอุ่นเท่าที่ที่เราสร้างมันขึ้นมากับครอบครัว ต่อให้ไปเที่ยวที่ไกลสุดขอบโลก แต่ในท้ายที่สุดเราก็อยากกลับคืนสู่ที่ที่เราจากมานั่นคือบ้าน

 

Facebook Comments
By LifeandHome Admin, 18/01/2020
Leave a Reply
Change language:
Instagram API currently not available.
Instagram API currently not available.