Back to home
Editor's picks

ร้อนแค่ไหนก็คูลได้! ด้วยสีเข้มของเบเยอร์คูล “BegerCool Diamond Shield” ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร

เริ่มเข้าสู่หน้าร้อนกันอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคมนี้ สำหรับใครที่กำลังสร้างบ้านหรือตกแต่งอาคารอยู่ละก็ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือความร้อนจากแสงแดดที่ตกกระทบบริเวณผนังภายนอกอาคาร ทำให้อุณภูมิความร้อนเหล่านั้นส่งผลถึงภายในอาคารด้วยเช่นกัน

ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เมื่อเลือกใช้สีเบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ ที่สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ช่วยทำให้บ้านเย็น สู้แดด ทนฝน ยึดติดไม่ลอกล่อน และยังการันตีการใช้งานได้ยาวนานถึง 15 ปี !

“BegerCool Diamond Shield” กับการใช้งานภายนอกอาคาร

ด้วยคุณสมบัติพิเศษจากสีเบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ ที่มีคุณสมบัตืสะท้อนและสกัดกั้นความร้อนช่วยลดอุณหภูมิของบ้าน ด้วยนวัตกรรมไมโครสเฟียร์เซรามิก ที่องค์การนาซ่านำมาเคลือบบริเวณผิวภายนอกของกระสวยอวกาศ เพื่อป้องกันความร้อนให้กับกระสวยอวกาศ มีลักษณะ เกลี้ยง กลวง กลม ความเกลี้ยงของเซรามิกช่วยในการสะท้อนความร้อน ความกลวงเปรียบเสมือนสารกันร้อน ความกลมทำให้ทุกอณู อัดแน่น ปกป้องความร้อน พร้อมฟิล์มสีแข็งแกร่งทนทาน ด้วยนวัตกรรม Diamond Bond Technology เทคโนโลยีการผสานโมเลกุลของเนื้อสี ที่มีความเข้มข้นสูงเหมือนเพชรแท้ ไม่เกาะคราบฝุ่นและเชื้อรา อีกทั้งยังช่วยปกป้องตัวอาคารจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ช่วยให้บ้านของคุณสวยงาม เย็นสบาย และมีอายุการใช้งานนานถึง 15 ปี ถือว่าจ่ายเพียงครั้งเดียวคุ้มไปอีกนาน

นอกจากคุณสมบัติทีโดดเด่น เทคนิคการทาสีเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ให้สีที่ทาลงบนผนังอาคารสว่างสดใส มีความกลมกลืนไม่ดำด่าง หรือเกิดการหลุดล่อนได้ง่าย วันนี้พวกเราทีมงาน Life And Home x สี Beger มี 3 เทคนิคสำหรับการทาสีภายนอกอาคาร และทริคการแบ่งสัดส่วน 60:30:10 การใช้สีภายในอาคารมากฝากกันครับ

เทคนิคที่ 1 : เตรียมพื้นผิว

การทาสีให้เรียบเนียน สวยงามไร้รอยต่อ ต้องคำนึงถึงพื้นผิวเดิมที่มีสภาพแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเตรียมพื้นผิวจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ และมีวิธีการที่ละเอียดสำหรับพื้นผิวแต่ละรูปแบบ โดยสามารถแบ่งวิธีการเตรียมพื้นผิว คือ

● พื้นผิวปูนใหม่ : ทำความสะอาดคราบสกปรกด้วยผ้า รอให้พื้นผิวแห้งอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนดำเนินขั้นตอนเทคนิคต่อไป

● พื้นผิวมีรอยแตก : ปัญหาที่พบบ่อยคือการอุดตันของเศษหินและกรวดประเภทต่างๆ ควรแก้ไขด้วยการอุดรอยแตกร้าวด้วย เบเยอร์ อะคริลิก ฟิลเลอร์ เอฟ-200 อะคริลิกสำหรับอุดโป๊วรอยแตกร้าวขนาดเล็ก หรือ เบเยอร์ อะคริลิก ซีลแลนท์ เอฟ-001 อะคริลิกสำหรับอุดโป๊วรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ 2-10 มม. และขัดทำความสะอาดให้พื้นผิวเรียบเนียน

● พื้นผิวที่มีสีเดิมอยู่ : ควรลอกสีเดิมออกให้หมดด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ หรือเลือกใช้น้ำยาลอกสี เบเยอร์ ยูนีซ็อฟ และขูดออกด้วยเกรียงเหล็กหรือมีดโป๊วสี ล้างทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อย

● พื้นผิวที่เป็นเชื้อรา : คราบเชื้อราเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผนัง การใช้เครื่องมือในการทำความสะอาดคงไม่พอ ดังนั้นควรเลือกน้ำยากำจัดเชื้อราและตะไคร่น้ำ เบเยอร์ โมลด์ฟรี เอ็ม-001 จะช่วยขจัดคราบเชื้อราได้ดียิ่งขึ้น

เทคนิคที่ 2 : ทาสีรองพื้น
มาต่อกันที่เทคนิคอย่าง การทาสีรองพื้นเพื่อให้พื้นผิวเรียบเนียน แข็งแรงสามารถช่วยให้สีที่ทาทับลงไปมีความคงทนสวยงาม ไม่หลุดล่อนง่าย และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานช่วยยืดอายุของฟิล์มสี สำหรับพื้นผิวในการทาสีรองพื้นหลักๆ แบ่งได้ 2 ประเภท

● พื้นผิวปูนเก่า : หลังจากกำจัดคราบสกปรกอย่างเชื้อราและอื่นๆออกจน หมด ให้ทาสีรองพื้นปูน เบเยอร์ ควิก ไพรเมอร์ สีรองพื้นปูนอเนกประสงค์กันชื้นสูตรน้ำ B-2900 เพื่อเสริมการยึดติดของสีจำนวน 1 เที่ยว รอให้แห้งอย่างน้อย 2 ช.ม

● พื้นผิวปูนใหม่ : ทาสีรองพื้นปูน เบเยอร์คูล 9900 จำนวน 1 เที่ยว รอให้แห้งอย่างน้อย 2 ช.ม หลังจากนั้นให้เริ่มทาสีทับหน้าในขั้นตอนของเทคนิคสุดท้าย

เทคนิคที่ 3 : ทาสี BegerCool Diamond Shield

เลือกทาสีทับหน้า (สูตรน้ำ) BegerCool Diamond Shield เกรด Super Ultra Premium ที่มีให้เลือกทั้งชนิดฟิล์มสี กึ่งเงาและเนียน อย่างน้อย 2 ครั้ง และรอจนกว่าสีจะแห้งเฉลี่ย 2 ชั่วโมงโดยประมาณ และด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายเหมาะกับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคารด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสีสันสวยงาม สะท้อนความร้อนจากแสง UV มากสุดถึง 97% ลดอุณหภูมิในบ้านช่วยให้บ้านเย็นตลอดทั้งวัน

นอกจากนั้นยังใช้งานได้นานถึง 15 ปี ด้วยเนื้อสีที่มีความเข้มข้นสูง ด้วยเทคโนโลยี Diamond Bond ทำให้ฟิล์มสีแข็งแกร่ง เพิ่มแรงยึดเกาะ ยับยั้งการเกาะตัวของคราบน้ำและฝุ่น บวกกับสามารถผสมสีได้จากเครื่องผสมสีเบเยอร์คัลเลอร์ดีไซน์เพื่อให้สีที่ได้มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุด

“BegerCool Diamond Shield” กับการใช้งานภายในอาคาร


นอกจากสี BegerCool Diamond Shield จะใช้ทาผนังสำหรับภายนอกได้แล้ว ยังสามารถใช้ทาสีให้กับพื้นที่ภายในอาคารได้อีกด้วย การเลือกทาสีให้เกิดความสวยงาม นอกจากคุณสมบัติของสีที่ดีแล้ว เทคนิคการทาสีเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะช่วยให้พื้นที่เกิดความลงตัวสวยงาม

60 : 30 : 10 คือเทคนิคการทาสีด้วยการสร้างจังหวะของสีเพื่อให้เกิดความสมดุล โดยแบ่งสีหลัก 60% สีรอง 30% สีไฮไลท์ 10% เป็นการเลือกคุมโทนของสีไม่ให้สีใดสีหนึ่งโดดจนเกินไป และสร้าง Volume ในงานดีไซน์ที่นักออกแบบนิยมใช้ อีกทางหนึ่งคือการนำหลักทางจิตวิทยาการสื่ออารมณ์ผ่านสีเข้ามาผสมผสานเพื่อให้เกิด Effect ต่อผู้ใช้งาน

● สีหลัก 60%
ให้นึกภาพตามง่ายๆ ในห้องที่มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มีผนังทั้งหมด 4 ด้าน การเลือกทาสีหลัก 60% จะเลือกทาบริเวณผนัง 2 ด้าน เพื่อให้สีเด่นชัดขึ้นบวกกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีเดียวกันเพื่อให้ค่าน้ำหนักของสีที่เลือกใช้มีมากกว่าจำนวนสีอื่นๆ

ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าสีหลักและสีรองต้องเป็นคนละสีกัน ความจริงทริค 60 : 30 : 10 เป็นการคุมโทนของสีเพื่อให้เกิดความกลมกลืนภายในพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่สร้างความขัดแย้ง ถ้ามองตามภาพประกอบด้านบนจะเห็นว่า Mood & Tone ของภาพเน้นจับคู่สีในเฉดเดียวกัน

● สีรอง 30%
สำหรับการเลือกทาสีรอง 30% เน้นไปที่ส่วนของผนังด้านใดด้านหนึ่งของตัวห้อง โดยเน้นเฉดสีที่มีน้ำหนักอ่อนลงมาจากการเลือกทาสีหลัก เพื่อให้น้ำหนักของสีไม่แข่งกับสีหลักที่ทาไปก่อนหน้า และนอกจากนั้นสีรองยังสามารถเลือกใช้กับเฟอร์นิเจอร์ได้เช่นกัน

จากภาพประกอบด้านบน เป็นการเลือกใช้สีรองภายในห้องนั่งเล่น ถ้าสังเกตจะเห็นว่าภายในห้องมีด้วยกัน 2 สี คือ ฟ้าและขาว โดยน้ำหนักของสีรองที่เลือกใช้เป็นเฉดสี Living Coral ที่เน้นความกลมกลืนกับสีขาว เพื่อสร้างมิติความสวยงามและทำให้เกิดความ Smooth เหมาะสมสำหรับพื้นที่ภายใน

● สีไฮไลท์ 10%
มาถึงทริคสุดท้ายอย่าง สีไฮไลท์ 10% ถ้าให้อธิบายเข้าใจแบบตรงตัว คือการเลือกสีใดสีหนึ่งเพื่อเน้นให้สีที่ทาไปก่อนหน้านี้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยทั่วไปการเลือกทาสีไฮไลท์จะเน้นเลือกสีคู่ตรงข้ามกับสีรอง 30%

อย่างเช่น ถ้าสีรองเลือกใช้โทนอ่อน สีไฮไลท์จะใช้สีที่เข้มที่สุด เพื่อให้เกิดมิติของสี หรือถ้าสีรองเป็นสีโทนเข้ม สีไฮไลท์จะเลือกใช้สีอ่อนคู่ตรงข้ามที่มีเฉดสีใกล้เคียงกัน นอกจากการเลือกใช้สีไฮไลท์บนผนังแล้ว ยังสามารถสอดแทรกสีเหล่านั้นให้กับเฟอร์นิเจอร์ได้

“BegerCool Diamond Shield”

สี BegerCool Diamond Shield เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เบเยอร์ได้พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทยโดยเฉพาะ ด้วยคุณสมบัติทั้งเรื่องของการ สะท้อนและสกัดกั้นความร้อน ลดอุณหภูมิให้กับบ้าน ช่วยให้บ้านเย็นขึ้น และยังทนแดดทนฝน ป้องกันคราบสกปรกจากฝุ่นและเชื้อรา ใช้งานได้ยาวนานกว่า 15 ปี โดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาต่างๆ จึงทำให้สีเบเยอร์มีความโดดเด่น มาพร้อมกับหลากหลายเฉดสีให้เลือกใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีอ่อนหรือเข้ม เพื่อเติมเต็มความสวยงามให้กับบ้านของคุณ อีกทั้งจะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้เป็นเท่าตัว เป็นการสร้างเกราะกำบังให้กับบ้านอีกหนึ่งชั้น

สามารถติดต่อสอบถามและเลือกซื้อสินค้าของสีเบเยอร์ได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Call Center : 0-2-815-5888 / Website : www.beger.co.th

Facebook Comments
By wan, 22/03/2019
Leave a Reply
Change language:
Find us on instagram

@lifeandhomemag