Back to home
OTHERS, Somewhere

“๖๙ Hok-Kao Coffee & Bed” “ที่พักเติมกำลังใจยามหกล้ม เพื่อให้ชีวิตก้าวเดินต่อไป”

แวะเติมกำลังใจจากกาแฟคุณภาพคับแก้ว พร้อมสัมผัสกลิ่นอายแห่งวิถีชีวิตของชาวอาข่า ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแด่ผู้ที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้

ร้านกาแฟเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งวิถีชีวิตของชาวอาข่าแห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของคุณสุกัญญา บีซีทูและว่าที่ร้อยตรี จีรศักดิ์ จูเปาะ ที่อยากจะเปิดร้านกาแฟที่ก้าวออกจากกรอบของความเป็นกาแฟดอยสู่ความเป็นกาแฟของคนไทย กาแฟ…ที่ในหลวงทรงนำต้นกล้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชาวดอยจากการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกพืชล้มลุกมาเป็นการปลูกพืชถาวร ปลูกพืชเศรษฐกิจ ที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่าบนดอย จากคนปลูกกาแฟสู่เจ้าของร้านกาแฟ ทุกขั้นตอนของความใส่ใจทำให้เมล็ดกาแฟจากต้น กลายมาเป็นกาแฟรสเลิศเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่พร้อมเสิร์ฟให้กับผู้ที่หมดแรง…ใจ

แรกเริ่มเดิมทีคุณสุกัญญาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบนดอยช้าง และคุณจีรศักดิ์ เหลนของ นายตูแซะ จือเปาะ ผู้นำเผ่าอาข่า ที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ อย่างใกล้ชิดและได้รับพระราชทานสุกร วัว และพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงแทนการทำไร่เลื่อนลอย หากแต่ปัจจุบันผู้คนในหมู่บ้านของคุณจีรศักดิ์บางส่วนก็ยังมีความรู้เรื่องการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนไม่มากพอ และทำการเกษตรโดยใช้สารเคมีและการเผาป่าอยู่

ด้วยเหตุนี้คุณจีรศักดิ์จึงได้ริเริ่มการปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างเช่นกาแฟ เป็นผู้นำร่องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นที่บ้านห้วยน้ำม้า ทั้งสองคนได้ศึกษาเรื่องราวของการปลูกกาแฟเป็นอย่างดี และนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นการเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ของตัวเอง เพื่อที่จะสร้างวงจรสีเขียวให้เกิดขึ้นกับผืนดินถิ่นเกิดที่ทั้งคู่หวงแหน

สิ่งสำคัญที่คุณจีรศักดิ์เล็งเห็นว่าสามารถช่วยพลิกฟื้นผืนดินแห่งนี้ได้ คือ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่จะช่วยสร้างสมดุลความสุขของครอบครัวและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ทั้งยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวอีกด้วย “แม้ว่าสิ่งที่พวกผมทำกันจะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ แต่ก็ทำอย่างดีที่สุดครับ แล้ววันหนึ่งสิ่งดี ๆ ที่พวกผมทำ ก็จะทำให้ทุกคนที่เห็น ได้เรียนรู้ ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกหวงแหนว่านี่คือวิถีชีวิตของคุณ เป็นสิ่งที่พวกคุณอยู่ด้วยทุกวัน แต่คุณไปฆ่าวิถีเหล่านั้น ป่าไม้ก็เช่นกัน พวกคุณกินอยู่กับป่าทุกวันแต่พวกคุณไปฆ่าป่า ก็เท่ากับคุณฆ่าตัวเองโดยไม่รู้ตัว” คุณจีรศักดิ์กล่าว ก่อนจะพูดถึงแนวคิดการออกแบบร้าน

คุณสุกัญญาพูดถึงแนวคิดการออกแบบร้านนี้ว่า “ร้านของเราจะต้องเป็นร้านที่ไม่ใหญ่ ต้องดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เมื่อลูกค้าเปิดประตูเข้ามาในร้านจะต้องพบกับเคาน์เตอร์กาแฟและทางเดินจะต้องแคบเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ เคาน์เตอร์บาร์ต้องสูงระดับเอว เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นทุกขั้นตอนของการชงกาแฟ เพราะอยากให้คนที่เข้ามาในร้านรู้สึกว่าเรามาดื่มกาแฟจากคนทำกาแฟ และกาแฟทุกแก้วที่ออกจากร้านจะต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ทางร้านใส่ใจเป็นอย่างดี เหมือนกับสโลแกนของทางร้านที่ว่า ‘We choose the best quality to your favorite cup’

ในส่วนของสไตล์การแต่งร้านคุณจีรศักดิ์บอกว่าเป็นนิยามเฉพาะตัวที่เรียกว่า “Culture Wood and Plainly” สำหรับผมมองว่าการมาร้านกาแฟ ลูกค้าไม่ได้แค่มาดื่มกาแฟ แต่เขามาดื่มด่ำวัฒนธรรม ดื่มด่ำวิถีชีวิต ผมก็เลยพยายามจะใช้ความเป็นชาติพันธุ์อาข่าของผมเองมาอยู่ในร้าน โดยเลือกใช้ไม้ไผ่ หญ้าคา และลายปัก ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นอาข่า แต่ไม่ใช่ว่ามาที่นี่แล้วจะเป็นอาข่าอย่างชัดเจน เพียงแต่ผมต้องการให้รู้สึกว่าทั้งหมดนั้นกลมกลืนเป็นวิถีชีวิต สมดุลระหว่างวัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่ในทิศทางเดียวกัน

ส่วนที่สอง คือ Wood ผมมองว่าวิถีชีวิตของคนอาข่าเราอยู่ท่ามกลางขุนเขา ท่ามกลางป่า เพราะฉะนั้นไม้จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ทุกอย่างในชีวิตมีส่วนผสมของไม้ ดังนั้นร้านผมจะมีเน้นเรื่องความเป็นไม้ ซึ่งไม่ใช่แค่ไม้ที่นำมาเป็นโครงสร้างหลักของร้านเท่านั้น ในส่วนของต้นไม้ที่นำมาประดับร้านก็เช่นกัน ผมจะผสมระหว่างไม้เป็นและไม้ตาย เพราะผมมองว่าเมื่อเรามีชีวิตอยู่เรามีคุณค่า และเมื่อตายไปก็อย่าให้สูญสลาย ต้องให้คุณค่า ให้ชีวิตใหม่กับต้นไม้อื่นด้วย ผมจึงนำเอาไม้เลื้อยไม้ดอกมาอาศัยต้นที่ตายแล้ว ผมอยากจะบอกกับหลาย ๆ คนว่า แม้วันหนึ่งตัวเราตาย แต่กาแฟหรือสิ่งอื่น ๆ ที่เราส่งเสริม สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ส่งเสริมยังต่อยอดให้ผู้อื่นมีชีวิตได้ ในส่วนของไม้เป็นผมก็นำมาประดับไว้ในร้าน เพราะผมคิดว่า ทำไมเราต้องเอาสิ่งมีชีวิตไปอยู่ข้างนอก ถ้าอยู่ด้วยกันได้ ก็น่าจะอยู่ด้วยกัน เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความรู้สึกที่ดี เพิ่มความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งที่ตกแต่งแบบนี้ก็เพราะว่าผมอยากให้ร้านกาแฟอยู่ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้และป่าไม้

ส่วนสุดท้ายก็คือ Plainly หมายถึงความสมถะ ผมอยากให้คนที่ได้เข้ามาที่นี่เกิดความรู้สึกร่วมกันไปกับเรา คือการใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีไม้ไผ่หรือไม้เก่าๆ ต้นไม้ตายที่กลายเป็นท่อนไม้ เราได้ใช้สิ่งที่หลายคนอาจมองว่าไม่มีค่า แต่ถ้าหากเรานำมาสร้างใหม่ นำมาขัดเกลา และนำมาใช้ สิ่งที่มองว่าไม่มีค่าก็จะกลายเป็นมูลค่ามหาศาล และท้ายที่สุดผมอยากให้ทุกคนที่เข้ามาที่นี่เกิดความรู้สึก “อิ่มกาย อิ่มใจ” กับการดื่มด่ำเรื่องราว ความเป็นวิถีของร้าน แล้วก็ “อิ่มท้อง” ไปกับเมนูคุณภาพที่ทางร้านคัดสรรด้วยใจ คุณจีรศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

 

 

Facebook Comments
By Oom, 07/12/2017
Leave a Reply
Change language:
Instagram API currently not available.
Instagram API currently not available.