Back to home
In - Tect Spotlight, SPOTLIGHT

อีกด้านของการมองของ…กวิศ โกอุดมวิทย์

 

เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุนทุกสรรพสิ่งล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลายอย่างในชีวิตนั้นดูจะเคลื่อนไหวและดำเนินไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งตัวเราเองที่จะต้องแสวงหาความรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะเมื่อใดที่เราหยุดอยู่กับที่ก็เปรียบเหมือนคนที่ปิดกั้นตัวเองไม่ออกไปทำความรู้จักกับโลกภายนอก การเรียนรู้ที่ว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในตำราเรียนอย่างเดียว หากมองให้ลึกซึ้งและค้นหาความเป็นอยู่ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน นั่นแหละคือประสบการณ์ที่สอนให้เราได้ค้นพบและรู้จักตัวเอง เช่นเดียวกับคุณเพนท์ กวิศ โกอุดมวิทย์ ที่หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงของชายหนุ่มในนาม “อาจารย์กวิศ” และในฐานะลูกชายผู้ช่วยศาสตราจารย์ ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินรุ่นใหญ่ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม แถวหน้าของวงการศิลปะ

แม้จะเติบโตมาในครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นศิลปินก็ตาม แต่อาจารย์หนุ่มกลับไม่ค่อยได้คลุกคลีกับงานศิลปะมากนัก โดยยอมรับศิลปะเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนทั้งในเรื่องการแสดงความเป็นปัจเจกชน และความเป็นตัวตน หากแต่สายเลือดของศิลปินที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ซึ่งมีคุณพ่อเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดจึงทำให้เขาเลือกเส้นทางสถาปนิก ที่มากไปกว่านั้นคือการเข้ามาเป็นอาจารย์สอนพิเศษ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ อันเป็นสถาบันที่เขาเรียนจบมาด้วย

ชายหนุ่มเล่าย้อนให้เราฟังด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มว่า หลังจากที่เรียนจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผมก็สมัครเข้าเป็นอาจารย์พิเศษที่สถาบันเดียวกัน สอนอยู่ประมาณ 1 ปี ก็ลาเพื่อไปเรียนต่อที่ Architectural Association School of Architecture ประเทศอังกฤษ ซึ่งวิชาที่เรียนค่อนข้างเป็นแขนงเฉพาะ โดยในแคมปัสนั้นจะมีป่าเป็นทรัพยากรหลัก ให้หยิบมาใช้งาน ในระหว่างที่เรียนก็ได้สร้างโปรเจคขึ้น ภายใต้ชื่อ Timber Seasoning Shelter ซึ่งเป็น Built projectsของ AA Design & Make เป็นการออกแบบและสร้างโดยตรง และใช้ไม้ที่มีในพื้นถิ่นเป็นวัสดุหลัก ด้วยการสร้างอาคารขึ้นมาโดยใช้ Steam bending หรือการดัดไม้ด้วยไอน้ำ

สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือ การใช้วัสดุท้องถิ่นการพัฒนาออกแบบที่ยั่งยืน การนำเทคนิคความรู้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ในแง่ของการนำศาสตร์แขนงอื่นมาใช้ร่วมในงานสถาปัตยกรรม กระทั่งเทคนิคการอินทิเกรตเทคโนโลยีเข้าไปในการก่อสร้างภายใต้บริบทที่เป็นพื้นถิ่นมากๆ เรียกว่าอยู่ในป่าที่ไม่มีเทคโนโลยีซับซ้อนจึงต้องเสาะหานวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งตอนเรียนก็รู้สึกว่าเราดำดิ่งเข้าไปสู่โลกของงานสถาปัตยกรรม งานออกแบบ งานโครงสร้าง ที่ว่าง วัสดุ หลายอย่างที่หลอมรวมให้เราโฟกัสแค่เรื่องงานดีไซน์ จนทำให้หลงลืมบริบทต่างๆไปจนหมด ซึ่งแท้จริงแล้วสถาปัตยกรรมไม่ใช่หน้าที่ของสถาปนิกคนเดียว แต่เป็นการรวมไอเดียของทุกศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สิ่งที่ผมได้เข้าไปเรียนรู้นั้น ทำให้เราได้มองโลกอีกมุมที่คนอื่นไม่มองกัน และยังเป็นการลบเส้นกีดขวางระหว่างสถาปัตยกรรมกับสิ่งอื่นๆ เพราะ

แท้จริงแล้วสถาปัตยกรรมสามารถเชื่อมโยงกับทุกสิ่งได้อย่างไม่มีข้อจำกัด อีกทั้งยังเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ได้ในประเทศไทยได้

เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด คุณเพ้นท์เองยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “การเรียนรู้ทุกอย่างมีอยู่รอบตัว ไม่เพียงแค่การอ่านหนังสือ การได้พบเจอพูดคุยกับสถาปนิกท่านอื่นเท่านั้น ขณะเดียวกันการสอนหนังสือของผมก็ได้สิ่งใหม่กลับมาเสมอ เพราะเราไม่ใช่แค่ผู้ให้ แต่เรายังได้รับกลับมาด้วย เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้

เด็กๆ เขาก็จะมีความคิดที่เราเคยคิดมาก่อน แต่เรากลับตัดออกไปจากชีวิตเพียงเพราะคิดว่าสิ่งนั้นไม่สำคัญ พอเราได้ทำงาน 1 ก้าว ไปเรียนต่ออีก 1 ก้าว มันก็เกิดการมองอีกด้านของชีวิตมากขึ้น

 

พอเราก้าวเข้าไปอยู่ในบทบาทการทำงานออกแบบ สิ่งนั้นจึงวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของเราตลอด 24 ชั่วโมง และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้

 

Story : ศิวนาถ เสนาประทุม

Photographer : ชยพล ปาระชาติ

The other side

 

Facebook Comments
By Oom, 15/07/2017
Leave a Reply
Change language:
Instagram API currently not available.
Instagram API currently not available.